วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เครื่องหมายวรรคตอน(Punctuation)


1. การใช้ตัวอักษรตัวใหญ่   (capitalisation) 
           การใช้ตัวอักษรตัวใหญ่ในภาษาอังกฤษ จะช่วยให้เข้าใจภาษาเขียนได้ง่ายขึ้น เช่นเดียวกับการ
ขึ้นย่อหน้าใหม่  ตัวอักษรใหม่  ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรอื่นๆ   จะมองเห็นเด่นชัดและดึงความสนใจ
ของผู้อ่าน   ใช้ส่วนของคำขึ้นต้น และคำลงท้ายในจดหมาย  มีความหมายเป็นประโยคที่ต้องขึ้นต้นด้วยอักษร
ตัวใหญ่เสมอ   เช่น


  Dear  Sir,   Dear  Rosemary  ,   Yours  sincerely

        1.1  ชื่อคนหรือสัตว์
เช่น    Robert  Brown  ,  Mr. Brown
        1.2  ชื่อสถานที่
เช่น    Canberra   ,  Lake , Taupo  , the   Andes
        1.3   ชื่อเฉพาะเจาะจง
เช่น    Titanic  , the Bill   of  Riyhts

2. มหัพภาค  [.]  (  full  stop )    มีหน้าที่หลักคือการใช้เป้นสัญลักษณ์ ให้หยุด  เมื่อจบประโยคบอกเล่า   ประโยคคำสั่ง   ตัวอย่างเช่น 
  Leave  your  book  on the desk ,please. (ประโยคขอร้อง)
 ตามหลังตัวอักษรแรกของชื่อ และอักษรย่อ เช่น W.C. Fields , E.Mclnter , M.A.
3.ปรัศนี (question  mark) [?]  เพื่อแสดงให้ทราบว่าคำถามหรือแสดงข้อสงสัย  เช่น  why ?
         When will you  arrive ?
4. อัศเจรีย์ ( exclamation  mark  ) [ ! ]  เป็นเครื่องหมายแสดงความตกใจ หรือ ประหลาดใจ
 เช่น  you ,ll never   catch me alive  ! he   yelled   
5. จุลภาค  (comma)  (,)   การใช้เป็นการแสดงให้ผู้อ่านรู้ว่าประโยคส่วนไหนอยู่ด้วยกัน
              5.1 อาจใส่จุลภาคเพื่อแยกองค์ประกอบของวัน  เวลา  ที่อยู่  เช่น January   26,1788
              5.2  อาจใส่จุลลภาคหลังคำขึ้นต้น  คำอวยพร และหลังคำลงท้าย เช่น Dear Jim
 6.ทวิภาค  (colon) (:)  ช่วยในการแบ่งองค์ประกอบในการเขียนช่วยให้หยุดเว้นจังหวะในการอ่าน  เช่น Mr.Chirman, Distinguished  Guests:
       เช่น  Mary  said: I hope  all  goes  well.
7.   อัฒภาค  (semicolon)  (;)   มีความหนักแน่นกว่าจุลภาค  อัฒภาคซึ่งจะใช้มหัพภาคแทนก็ได้แต่จะทำให้แต่ละประโยคแยกขาดออกจากกัน
             -   เพื่อเชื่อมประโยคที่มีโครงสร้างทางไวยากรณ์สมบูรณ์และเชื่อมโยงอย่างใก้ลชิด  เช่น 
                      The  guest   are  arrive;  some  have  nearly  reached  the  front  door.
  -       อาจใส่เครื่องเครื่องหมายไว้หน้าคำและวลีเช่นnevertheless ,therefore ,however, hence, instead, yet  เช่น
We  had  a late  start; nevertheless, we  got  to the airport on  time.
8. เส้นขีดยาว (dash) (_)ใช้แสดงถึงการสะกดตัวอักษรหรือคำบางคำในประโยคเป็นเครื่องหมายที่ใช้เรียกร้องความสนใจอย่างได้ผลหรือแทนการละคำ  ตัวอย่างเช่น
    Mrs.  S_, who  is  suspected  of  stealing,  has  left  town.
  -   ใช้คั่นตัวเลขหรือคำ  หมายถึง ช่วงเวลา ตัวเลข  อยู่ระหว่างกลางไว้ทั้งหมด เช่น
Visting  hours  are  2.30 p.m.-4.00p.m.
9. เครื่องหมายคำพูดและตัวเอน(    ) เป็นเครื่องหมายอัญประกาศมักเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า           inverted  comma  แปลว่า จุลภาคกลับหัว  เป็นเครื่องหมายคำพูดมักใช้กับประโยคคำพูดของผู้เขียน เช่น 
           I  got  a tie  for  Christmas ,said  Tom.
           Next  year,  the  doctor  said,  we  ll  need  two  more   on  the  staff.
10.  เครื่องหมายวงเล็กและวงเล็บใหญ่
      Parentheses เป็นเครื่องหมายวงเล็บใช้เพื่อเสริมหรือเพิ่มเติมข้อความที่ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อความหลัก
-  เครื่องหมายวงเล็บเล็ก  (brackets) เรียกว่า  นขลิขิต  ช่วยเสริมข้อสังเกตหรือข้อความที่ไม่ใช่ใจความสำคัญ  ซึ่งช่วยอธิบาย  บรรยายหรือแสดงความคิดเห็น เช่น  You  are  to  phone   Mr.  Olafyzski   (spelling).
-  เครื่องหมายวงเล็บใหญ่  (square  brackets)  เป็นวิธีช่วยเน้นข้อความภายในประโยค  ใส่ข้อความขยายเพิ่มเติม แล้วใส่ลงในวงเล็บอีกชั้นหนึ่ง  เช่น
The  other man (David John [alias Wilson] ) refused to make
a statement.
 
11.  เครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของหรือการย่อคำ  (apostrophe)
           เครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของหรือการย่อคำ ( ’ ) และยติภังค์ (-) ไม่ได้แสดงถึงการแบ่งคำหรือกลุ่มคำภายในประโยค  เช่น cant กับ cant’t  ,its กับ  it’s  ,ones กับ one’s
            - ใช้เครื่องหมายแสดงการย่อคำแทนตัวอักษรที่ถูกตัดออกไปจากการย่อคำ  เช่น
               She’ll และ shell, we’ll และ well ,he’ll
12.  เครื่องหมายยติภังค์  (hyphen)  (-)
            อาจใช้เชื่อมคำหลายคำให้เป็นคำเดียว  นอกจากนี้ยังใช้เชื่อมส่วนต่างๆของคำประสมและวลี
บางวลี และเป็นเครื่องหมายที่แสดงให้เห็นว่ามีการแบ่งคำที่ส่วนท้ายสุดของบรรทัด
            -   คำประสมบางประเภท ซึ่งมักเขียนโดยใส่ยติภังค์   ได้แก่
                 a free-for-all              x-ray
                 a passer-by                ex-serviceman
                 a has –been                self-knowledge
                 a  sit-in                        first-rate  

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น